แบงก์ชาติช่วยลูกหนี้จ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำ 8% ถึงสิ้นปี 68
แบงก์ชาติช่วยลูกหนี้ปิดจบหนี้ได้เร็วขึ้น ตรึงขั้นต่ำบัตรเครดิต 8% ถึงสิ้นปี 68
นางสาวเขมวันต์ ศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายการกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงการปรับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ในการผ่อนปรนการผ่อนชำระขั้นต่ำ (minimum payment) ของบัตรเครดิตให้ยังคงที่ 8% ออกไปอีก 1 ปี จนถึงสิ้นปี 2568 เพื่อช่วยรักษาสภาพคล่องให้ครัวเรือนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง จากเดิมที่กำหนดให้กลับสู่อัตราปกติที่ 10% ในปี 2568
โดยชี้ว่าการจ่ายขั้นต่ำ (min pay) 8% จะทำให้ภาระที่ต้องจ่ายหนี้คืนโดยรวมน้อยกว่า และปิดจบได้เร็วกว่า เมื่อเทียบกับการจ่าย min pay 5% และลูกค้ายังมีสภาพคล่องมากกว่าการจ่าย min pay ที่ 10%
ยกตัวอย่าง : กรณียอดหนี้บัตรเครดิต 30,000 บาท
- min pay 8% ค่างวดต่อเดือนเฉลี่ยปีแรกจะอยู่ที่ 1,689 บาท ภาระที่จ่ายรวม 35,877 บาท ปิดหนี้ภายใน 5 ปี
- min pay 10% ค่างวดต่อเดือนเฉลี่ยปีแรกจะอยู่ที่ 1,913 บาท ภาระที่จ่ายรวม 34,542 บาท ปิดหนี้ภายใน 4 ปี
- min pay ที่ 5% ค่างวดต่อเดือนเฉลี่ยปีแรกจะอยู่ที่ 1,232 บาท ภาระที่จ่ายรวม 40,523 บาท ปิดหนี้ภายใน 8 ปี
ผ้าคลุมรถกันความร้อน และ 4 ไอเทมที่ช่วยทำให้รถดูสวยใหม่ตลอดเวลา
ลูกหนี้ที่จ่ายขั้นต่ำ (min pay) 8% ขึ้นไป จะได้รับเครดิตเงินคืนเทียบเท่าการลดดอกเบี้ย 0.5% ครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย. 68) และ 0.25% ครึ่งปีหลัง (ก.ค.-ธ.ค. 68) โดยได้รับคืนทุก 3 เดือน เพื่อจูงใจให้ลูกหนี้ปิดจบหนี้เร็วขึ้นและมีภาระดอกเบี้ยทั้งสัญญาลดลง
ส่วนลูกหนี้ที่จ่าย min pay 8% ไม่ไหว มีมาตรการช่วยเหลือโดยการปรับโครงสร้างหนี้
กลุ่มที่จ่ายได้ตั้งแต่ 5% แต่ไม่ถึง 8% สามารถใช้สิทธิปรับโครงสร้างหนี้ก่อนเป็นหนี้เสีย โดยเปลี่ยนประเภทหนี้ของบัตรเครดิตไปเป็นสินเชื่อระยะยาว (term loan) เพื่อจ่ายชำระเป็นงวด โดยลูกหนี้ยังมีโอกาสได้สภาพคล่องจากวงเงินบัตรเครดิตส่วนที่เหลือ จากเดิมที่ต้องปิดวงเงินทันทีหลังปรับโครงสร้างหนี้
- เช่น หนี้บัตรเครดิต 30,000 บาท ใช้ไป 18,000 บาท เหลือ 12,000 บาท ส่วนที่ใช้ไป 18,000 บาทเปลี่ยนเป็น term loan โดยยังมีวงเงินคงเหลือบัตรเครดิตที่ใช้ได้ 12,000 บาท
กลุ่มที่จ่ายได้ต่ำกว่า 5% สามารถใช้สิทธิปรับโครงสร้างหนี้ได้
- เช่น เปลี่ยนจากหนี้บัตรเครดิตเป็นสินเชื่อระยะยาว (term loan) ขอรับคำปรึกษาปัญหาหนี้กับหมอหนี้ได้ รวมถึงสามารถเข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้ได้หากเป็น NPL
เมื่อถามว่าทำไมไม่ลด min pay กลับไปที่ 5% แบงก์ชาติ ระบุว่าลูกหนี้ส่วนใหญ่ (เกินกว่า 90% ของลูกหนี้ทั้งหมด) สามารถจ่าย min pay ได้เกิน 8% แต่สำหรับลูกหนี้กลุ่มที่อาจมีปัญหาสภาพคล่อง และไม่สามารถจ่ายที่ 8% ได้ จะสามารถเข้ารับการปรับโครงสร้างหนี้ได้ก่อนที่จะเป็น NPL เช่น เปลี่ยนหนี้บัตรเครดิตเป็น term loan และลดอัตราดอกเบี้ยลง ซึ่งลูกหนี้จะยังมีโอกาสได้สภาพคล่องจากวงเงินบัตรเครดิตส่วนที่เหลือ หรือเมื่อลูกหนี้เป็น NPL แล้วก็สามารถเข้าร่วมคลินิกแก้หนี้ได้ ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดและตอบโจทย์ลูกหนี้ได้ดีกว่า เนื่องจากจ่ายค่างวดต่อเดือนลดลง ปิดจบหนี้ได้ไว และมีภาระดอกเบี้ยรวมน้อยกว่า
นอกจากนี้การปรับลด min pay ลงไปที่ 5% จะส่งผลให้ปิดจบหนี้ได้ช้าลง และภาระดอกเบี้ยที่ลูกหนี้ต้องจ่ายจะสูงขึ้น
นอกจากนี้มีการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยการรวมหนี้บ้านและสินเชื่อรายย่อยได้มากขึ้น โดยผ่อนปรนเงื่อนไขอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) ให้เกินกว่าเพดานที่กำหนด
ขณะที่อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านไม่เพิ่มขึ้นจากเดิม และอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรายย่อยอื่นต้องต่ำลงกว่าเดิม ผู้ให้บริการที่เป็นผู้รวมหนี้ต้องดูแลให้ภาระของลูกหนี้ภายหลังการรวมหนี้บรรเทาลงกว่าก่อนรวมหนี้ เช่น อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าเดิม และค่างวดที่ต้องชำระต่ำกว่าค่างวดรวมที่เคยจ่าย โดยมาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดในปี 2568
นางสาวอรมนต์ จันทพันธ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายคุ้มครองและตรวจสอบบริการทางการเงิน เปิดเผยว่า ธปท.จะขยายระยะเวลาการปิดจบหนี้ เช่น จากภายใน 5 ปี เป็น 7 ปี (อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปีเท่าเดิม) ลดค่างวดต่อเดือนให้ลูกหนี้ และลูกหนี้จะยังมีโอกาสคงวงเงิน Revolving ส่วนที่ยังไม่ได้ใช้ เพื่อให้ลูกหนี้มีสภาพคล่องไว้เผื่อสถานการณ์ฉุกเฉิน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB